QueueBox สามารถทำงานในลักษณะใดบ้าง ?

รองรับการทำงานทั้งหมด 2 โหมด ได้แก่ Controller Mode และ Printer Mode

  • Controller Mode: อุปกรณ์ตัวเดียวที่ทำหน้าที่ทั้งออกบัตรคิวและเรียกคิวในตัว สามารถเชื่อมต่อกับลำโพงภายนอกได้ เหมาะสำหรับการใช้งานที่เจ้าหน้าที่เป็นคนกดออกบัตรและเรียกคิวด้วยตนเอง
  • Printer Mode: เหมาะสำหรับการให้ผู้ใช้บริการกดรับคิวด้วยตนเอง (Self-Service) โดยตัวเครื่องจะทำหน้าที่ออกบัตรคิวเพียงอย่างเดียว (ไม่รองรับการเรียกคิว) เหมาะสำหรับนำไปประยุกต์ใช้ในงานส่งเสริมการบริการในรูปแบบต่างๆ

สามารถสร้างปุ่มประเภทคิวได้กี่ประเภท ?

ระบบรองรับการสร้างประเภทคิวได้สูงสุด 20 ประเภท โดยคุณสามารถกำหนดค่าต่างๆ ต่อไปนี้ได้เองผ่านระบบหลังบ้าน (Backend):

  • กำหนดชื่อประเภทคิว (เช่น คิวปกติ, คิวรับยา, คิวชำระเงิน)
  • กำหนดตัวอักษรนำหน้า (Prefix) เช่น A, B, C หรือตามที่ต้องการ
  • จัดการลำดับความสำคัญและการตั้งค่าอื่นๆ ได้อย่างอิสระผ่านระบบหลังบ้าน

เครื่องออกบัตรคิวสามารถใช้งานร่วมกับจอแสดงผลแนวตั้งหรือแนวนอนได้หรือไม่?

เครื่องออกบัตรคิว QueueBox ถูกออกแบบมาให้ รองรับการทำงานทั้งในรูปแบบแนวตั้ง (Portrait) และแนวนอน (Landscape) โดยคุณสามารถปรับเปลี่ยนได้ด้วยตนเองตามความเหมาะสมของพื้นที่หน้างานและลักษณะการใช้งานครับ

สามารถตั้งค่าให้ออกบัตรคิวมากกว่า 1 ใบต่อการกดคิว 1 ครั้งได้หรือไม่?

สามารถทำได้ครับ! โดยระบบรองรับการกำหนดจำนวนการพิมพ์บัตรคิวได้สูงสุด 5 ใบ และสามารถตั้งค่าพิมพ์จำนวนใบที่แตกต่างกันในแต่ละประเภทคิวได้เพื่อให้เหมาะสมกับการทำงาน:

  • ตัวอย่าง: คิว A (งานเอกสาร) ตั้งให้พิมพ์ 3 ใบ (สำหรับลูกค้า, แผนกรับงาน และแผนกตรวจสอบ)
  • ตัวอย่าง: คิว B (งานชำระเงิน) ตั้งให้พิมพ์เพียง 1 ใบ

ในส่วนของ Controller Mode สามารถปรับแต่งหรือออกแบบหน้าจอการแสดงผลได้เองหรือไม่?

ไม่สามารถทำได้ครับ เนื่องจาก Controller Mode ถูกออกแบบมาให้เป็นส่วนการทำงานหลักของเจ้าหน้าที่หรือพนักงานเพียงอย่างเดียว เน้นความรวดเร็วและแม่นยำในการจัดการคิว จึงไม่มีความจำเป็นต้องปรับแต่งในส่วนของการแสดงผลครับ

ในส่วนของ Printer Mode สามารถปรับแต่งค่าและออกแบบหน้าจอเองได้หรือไม่ ?

สามารถทำได้ครับ! Printer Mode ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ภาพลักษณ์ของแต่ละธุรกิจ โดยคุณสามารถปรับแต่งหน้าจอผ่านระบบหลังบ้านได้หลากหลายส่วน ดังนี้:

  • ปรับเปลี่ยนรูปภาพพื้นหลัง (Background)
  • แก้ไขข้อความและหัวข้อต่างๆ (เช่น "กรุณากดรับบัตรคิว")
  • ปรับแต่งโทนสีและขนาดของปุ่มกด

ในระหว่างใช้งานจำเป็นต้องต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลาหรือไม่ ?

ระบบ QueueBox ไม่จำเป็นต้องต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ในขณะใช้งานครับ โดยมีเงื่อนไขการตรวจสอบ License ดังนี้:

  • กรณีที่เครื่องออฟไลน์: ระบบจะสามารถทำงานต่อเนื่องได้สูงสุด 30 วัน
  • เมื่อครบกำหนด 30 วัน: คุณเพียงเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและเข้าสู่เมนู "ตรวจสอบ License" ในระบบหลังบ้านเพื่อยืนยันสถานะการใช้งานอีกครั้ง
  • กรณีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไว้ตลอด: ระบบจะทำการตรวจสอบ License อัตโนมัติให้คุณอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ต้องดำเนินการเองครับ

การเข้าใช้งานหรือตั้งค่าระบบหลังบ้าน (Backend) ต้องทำที่ไหน ?

คุณสามารถเข้าสู่ระบบหลังบ้านเพื่อตั้งค่าต่างๆ ได้โดยตรง ผ่านแอปพลิเคชันบนตัวเครื่อง QueueBox ได้ทันทีครับ:

  • เนื่องจากแอปพลิเคชันทำงานแบบ Local App จึงมีระบบตั้งค่าในตัว
  • วิธีการเข้าถึง: กดปุ่ม "Back" ของระบบ Android แล้วใส่รหัสผ่าน หรือเลข License ของเครื่อง
  • เมื่อเข้าสู่ระบบแล้วจะสามารถปรับแก้ข้อมูลประเภทคิว, การแสดงผล และค่าอื่นๆ ได้ตามต้องการ

ระบบหลังบ้าน (Backend) มีฟังก์ชันการทำงานส่วนไหนบ้าง ?

ระบบหลังบ้านของ QueueBox มีฟังก์ชันที่ครอบคลุมการจัดการครบถ้วน ดังนี้:

  1. เปลี่ยนโหมดการทำงาน: สลับการใช้งานระหว่าง Controller Mode และ Printer Mode ได้ทันที
  2. การออกแบบ (Printer Mode): ปรับแต่งหน้าจอสำหรับลูกค้า ทั้งพื้นหลัง ข้อความ และปุ่มกดให้สวยงามตามต้องการ
  3. การตั้งค่า Layout: เลือกการแสดงผลหน้าจอได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ให้เหมาะกับจุดติดตั้ง
  4. ความปลอดภัย: ปรับเปลี่ยนรหัสผ่านเพื่อเข้าถึงระบบหลังบ้าน
  5. การบริหารจัดการไลเซนส์: ตรวจสอบและยืนยันสถานะ License เพื่อความต่อเนื่องในการใช้งาน

ซอฟต์แวร์ไลเซนส์ (Software License) ของ QueueBox มีรูปแบบการใช้งานอย่างไร?

รูปแบบซอฟต์แวร์ไลเซนส์ของ QueueBox มีรายละเอียดการใช้งานดังนี้ครับ:

  • การผูกสิทธิ์: ซอฟต์แวร์ผูกติดกับตัวอุปกรณ์ (1 เครื่องต่อ 1 License) ไม่สามารถย้ายสิทธิ์ไปใช้กับเครื่องอื่นได้
  • ระยะเวลาเริ่มต้น: สิทธิการใช้งานเบื้องต้นจะอยู่ที่ 6 ปี
  • การต่ออายุ: กรณีเครื่องยังใช้งานได้ปกติ สามารถขอต่ออายุการใช้งานได้ "ฟรี" ทุกๆ 2 ปี
  • เงื่อนไข: ต้องถ่ายวิดีโอตัวเครื่องพร้อมเลข License เพื่อยืนยันว่าใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เดิมอยู่จริง
  • ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม: ไม่มีการเก็บค่าบริการรายปีหรือรายเดือนในการขอต่อสิทธิ์การใช้งาน

สามารถนำ License ไปติดตั้งหรือใช้งานบนอุปกรณ์อื่นๆ ได้หรือไม่ ?

ไม่สามารถทำได้ครับ และมีข้อควรระวังสำคัญดังนี้:

  • ซอฟต์แวร์ License ของเราเป็นแบบผูกติดกับตัวอุปกรณ์ที่สั่งซื้อเท่านั้น
  • ระบบมีการตรวจสอบการใช้งานอยู่ตลอดเวลา หากตรวจพบว่ามีการนำ License ไปใช้กับอุปกรณ์หลายเครื่อง ระบบจะทำการบล็อก (Block) License นั้นทันที
  • หาก License ถูกบล็อกแล้ว จะไม่สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีกกับอุปกรณ์ใดๆ แม้แต่เครื่องเดิมที่สั่งซื้อจากโรงงานก็ตามครับ

เงื่อนไขการรับประกันอุปกรณ์ (Hardware) มีรายละเอียดอย่างไร ?

แม้ว่าซอฟต์แวร์ License จะสามารถใช้งานได้ยาวนาน แต่ตัวอุปกรณ์ (Hardware) จะมีเงื่อนไขการรับประกันดังนี้ครับ:

  • ระยะเวลารับประกัน: รับประกันตัวเครื่องและอุปกรณ์ 1 ปี นับจากวันที่สั่งซื้อ
  • ความคุ้มครอง: ครอบคลุมความเสียหายจากการใช้งานปกติหรือความผิดพลาดจากการผลิต
  • บริการในประกัน: ฟรีค่าแรงและค่าอะไหล่สำหรับการซ่อมบำรุงตามเงื่อนไข
  • กรณีหมดประกัน: หากเกินระยะเวลา 1 ปี จะมีการคิดค่าอะไหล่และค่าบริการตามความเสียหายจริงที่เกิดขึ้นครับ

ดูรายละเอียดเงื่อนไขเพิ่มเติม

LINE OA